MOEN-MOD1

ตอบกระทู้

กำลังดู 9 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 9 (ของทั้งหมด 9)
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • เพื่อตอบกลับ: ก๊าซธรรมชาติ #152
    MOEN-MOD1
    Participant

    สวัสดีครับ คุณ Mutita

    เกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาตินั้น

    ได้มีการดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2560 โดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้พิจารณาแนวทางการส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติ โดยมีมติ ดังนี้
    1. ดำเนินโครงการนำร่อง ได้แก่
    – ทดลองนำเข้า LNG ไม่เกิน 1.5 ล้านตัน/ปี โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.)
    – ทดสอบข้อกำหนดเกี่ยวกับการเปิดให้ใช้หรือเชื่อมต่อระบบส่งก๊าซธรรมชาติแก่บุคคลที่สาม (Third Party Access Code: TPA Code)
    – ทดสอบการปฏิบัติจริงในการปรับปรุงคุณภาพ การสร้างสมดุลระบบ/การ Clearing
    – ทดสอบการกำกับดูแล/แยกผู้บริหารระบบท่อก๊าซธรรมชาติ (Transmission System Operator: TSO) ให้ทำหน้าที่ชัดเจน
    2. มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) และคณะกรรมการกำกัดกิจการพลังงาน (กกพ.) ศึกษาและจัดทำหลักเกณฑ์เพื่อกำหนดสัญญาซื้อและขายก๊าซธรรมชาติเก่า/ใหม่ (Old/New Supply and Demand)
    3. มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาการดำเนินการเพื่อเข้าสู่ระยะต่อไป และให้นำกลับมานำเสนอคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และ กพช. พิจารณาให้ความเห็นชอบตามลำดับต่อไป

    ต่อมาช่วงเดือนสิงหาคม 2562 กบง. ได้มีมติเห็นชอบให้ กฟผ. จัดหา LNG ด้วยวิธีนำเข้าแบบตลาดจร (Spot) ปริมาณไม่เกิน 200,000 ตัน สำหรับการทดสอบระบบการส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติ ตามมติ กพช. เมื่อเดือนกรกฎาคม 2560 ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดภาระการรับก๊าซไม่ครบตามสัญญาแต่ต้องจ่ายเงินเต็มจำนวนแล้วค่อยเรียกรับก๊าซเพิ่มให้ครบในปีถัดไป (Take or Pay) โดยจากการวิเคราะห์ของ กกพ. ซึ่งเป็นการนำเข้า LNG มาใช้ในโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ตามแนวทางเดิมที่กำหนดไว้จะส่งผลกระทบให้ค่าพลังงานไฟฟ้าสูงขึ้นประมาณ 2.4 สตางค์ต่อหน่วย

    เดือนตุลาคม 2562 กบง. ได้มีมติเห็นชอบให้ กฟผ. ทดลองนำเข้า LNG แบบ Spot จำนวน 2 ลำเรือ (Cargoes) โดย Cargo ละประมาณ 65,000 ตัน ปริมาณรวมไม่เกิน 200,000 ตัน ตามมติ กบง. เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2562 และตามกำหนดเวลา คือ ลำเรือที่ 1 นำเข้าในเดือนธันวาคม 2562 และลำเรือที่ 2 นำเข้าในเดือนเมษายน 2563

    เดือนธันวาคม 2562 กพช. ได้มีมติเห็นชอบการทดสอบนำเข้า LNG แบบ Spot ตามมติ กบง. เมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2562 และเห็นชอบโครงสร้างราคา LNG Spot คือ
    – กำหนดให้ราคา LNG Spot ที่นำเข้าไม่เกินราคาน้ำมันเตา โดย กฟผ. ให้สามารถดาเนินการนำเข้าได้ โดยไม่ต้องผ่าน กบง. อีกครั้ง
    – ให้ กฟผ. ส่งผ่านค่าไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่ใช้ LNG ของ กฟผ. ไปเฉลี่ยในโครงสร้างราคาไฟฟ้าได้
    – กำหนดหลักเกณฑ์ในการสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่ใช้ Spot LNG เป็นการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าประเภทที่จำเป็นต้องรับซื้อขั้นต่ำตามสัญญา (Must Take) ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าที่กาหนดให้ใช้ Spot LNG ได้แก่ โรงไฟฟ้าวังน้อยชุดที่ 4 โรงไฟฟ้าบางปะกงชุดที่ 5 และโรงไฟฟ้าพระนครใต้ทดแทนระยะที่ 1 ครับ

    เพื่อตอบกลับ: ค่าไฟฟ้า #151
    MOEN-MOD1
    Participant

    สวัสดีครับ คุณ nan

    ในช่วงของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 นั้น มีมาตรการเกี่ยวกับค่าไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือประชาชน ดังนี้

    1. การตรึงค่าเอฟที (Ft) เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท
    2. ลดค่าไฟฟ้าในอัตราร้อยละ 3 ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท โดยการลดค่าไฟฟ้าร้อยละ 3 จากค่าไฟฟ้าสุทธิ (หลังหักภาษีมูลค่าเพิ่ม) เป็นระยะเวลา 3 เดือน (ตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน 2563) โดยรายละเอียดส่วนลดจะปรากฏในใบแจ้งค่าไฟฟ้าที่ผู้ใช้ไฟฟ้าได้รับในแต่ละเดือน ซึ่งส่วนนี้ได้ใช้เงินอุดหนุนไปทั้งสิ้นประมาณ 5,008 ล้านบาท
    3. การยกเว้นการเรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าต่ำสุด (Minimum Charge) เป็นการชั่วคราว ให้แก่ ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 3 (กิจการขนาดกลาง) ประเภทที่ 4 (กิจการขนาดใหญ่) ประเภทที่ 5 (กิจการเฉพาะอย่าง) ประเภทที่ 6 (องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร) และประเภทที่ 7 (การสูบน้ำเพื่อการเกษตร) โดยมีกำหนดระยะเวลา 3 เดือน (ตั้งแต่เดือนเมษายน–มิถุนายน 2563) โดยให้ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทดังกล่าวจ่ายค่าความต้องการพลังไฟฟ้า (Demand Charge) ตามกำลังไฟฟ้าที่ใช้จริง ส่วนนี้ได้ใช้เงินอุดหนุนไปทั้งสิ้นประมาณ 1,247 ล้านบาท
    4. การช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 (เพิ่มเติม) โดยช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านที่อยู่อาศัย เพื่อบรรเทาค่าครองชีพและสนับสนุนการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส โควิด-19 โดยอุดหนุนเงินบริหารจัดการค่าไฟฟ้าประมาณ 22,358 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้ากว่า 22 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ และมาตรการดังกล่าวมีผล 3 เดือน (ตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2563) ทั้งนี้ กรณีที่มีการชำระค่าไฟฟ้าไปแล้วก็จะมีการหักคืนให้ในรอบบิลค่าไฟฟ้ารอบถัดไป

    เพื่อตอบกลับ: ราคาน้ำมัน #150
    MOEN-MOD1
    Participant

    สวัสดีครับ คุณ party

    เกี่ยวกับที่ว่าทำไมราคาน้ำมันส่งออกถึงถูกกว่าในประเทศนั้น

    เกิดขึ้นมาจากการที่กิจการการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศมีกลไกตลาดการค้าแบบเสรี ซึ่งมีการแข่งขันโดยกลไกราคาสามารถเปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้ตามต้นทุนซึ่งแปรผันตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลก ประกอบกับปัจจุบันมีการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศมากลั่นเป็นน้ำมันสาเร็จรูปเพื่อใช้ภายในประเทศ และราคาที่จำหน่ายให้กับประเทศเพื่อนบ้านอาจต่ำหรือสูงกว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศก็ได้ ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วม เช่น ภาวะการแข่งขันในตลาดที่จะส่งออกไปและคุณภาพน้ำมันที่ส่งออก (ที่มักจะต่ำกว่าน้ำมันที่ใช้ในประเทศ) เป็นต้น นอกจากนี้ราคาน้ำมันในประเทศยังมีการรวมค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ภาษี กองทุน และส่วนผสมพลังงานทดแทน เช่น เอทานอล ไบโอดีเซล ที่ผสมลงไป ซึ่งในต่างประเทศอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ครับ

    เพื่อตอบกลับ: ความปลอดภัยในการขนส่งน้ำมัน #149
    MOEN-MOD1
    Participant

    สวัสดีครับ คุณ kato

    เกี่ยวกับวิธีการดูแลความปลอดภัยรถขนส่งน้ำมันนั้น

    ในส่วนของความปลอดภัยของพนักงานขับรถขนส่งน้ำมัน กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน มีกระบวนการดำเนินงานผ่านคณะกรรมการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงร่วมกับกรมการขนส่งทางบกในการกำหนดมาตรการกำกับดูแลการขับรถขนส่งน้ำมัน เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามสภาวะการปฏิบัติงานของพนักงานขับรถ การควบคุมและจำกัดความเร็วของรถ เป็นต้น

    ในส่วนของความปลอดภัยของถังขนส่งน้ำมันและอุปกรณ์ความปลอดภัยของรถขนส่งน้ำมัน กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน มีมาตรการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงผู้ประกอบกิจการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง และผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้เกิดมาตรการป้องกันภัยรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดครับ

    เพื่อตอบกลับ: น้ำมัน e20 #147
    MOEN-MOD1
    Participant

    สวัสดีครับ คุณ Witty

    เกี่ยวกับการสนับสนุนการใช้น้ำมัน E20 นั้น

    น้ำมันเบนซิน E20 เป็นผลิตผลที่เกิดขึ้นมาจากการผสมน้ำมันเบนซิลกับเอทานอล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยสร้างเสถียรภาพราคาให้สินค้าเกษตรที่นำมาผลิตเป็นเอทานอลจำพวกมันสำปะหลังหรืออ้อย และเป็นการลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ดังนั้นแล้วประเทศไทยจึงมีลักษณะของการกำหนดนโยบาย การดำเนินกิจการเชื้อเพลิง และการสนับสนุนในเชิงของการใช้เชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเอทานอลครับ

    ซึ่งในนโยบายเพื่อการสนับสนุนการใช้น้ำมัน E20 นั้น กรมธุรกิจพลังงานได้ประชุมกับกลุ่มโรงกลั่นน้ำามันและผู้ค้าน้ำมันเมื่อเดือนตุลาคม 2563 เพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมการใช้น้ำมัน E20 และเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็ได้เห็นชอบแผนการส่งเสริมดังกล่าว จากนั้นกรมธุรกิจพลังงานจะออกประกาศกำหนดลักษณะคุณภาพน้ำมันเบนซินพื้นฐานชนิดที่ 1 (ใหม่) และโรงกลั่นก็จะผลิตน้ำมันเบนซินพื้นฐานชนิดที่ 1 (ใหม่) ตามประกาศกำหนดได้ในเดือนเมษายน 2564 ท้ายที่สุดน้ำมัน E20 จะกลายเป็นเบนซินฐานของประเทศตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 ครับ

    เพื่อตอบกลับ: ท่อก๊าซ #146
    MOEN-MOD1
    Participant

    สวัสดีครับ คุณS60123465061

    เหตุการณ์ท่อก๊าซระเบิดนั้นอาจจะมีสาเหตุมาได้จากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยจากการกระทำด้วยความประมาทหรือความไม่รู้ของมนุษย์ เหตุการณ์จากภัยธรรมชาติ หรือการเสื่อมสภาพของวัสดุตัวท่อก๊าซ

    ซึ่งเมื่อมีเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นมา กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็จะมีการสำรวจและประเมินพื้นที่ชุมชนหนาแน่นที่อาจได้รับผลกระทบกรณีที่ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบรายงานการวิเคราะห์ที่มาของสาเหตุดังกล่าว เพื่อความโปร่งใสในกระบวนการ และให้มีการพิจารณาข้อมูลหลักฐานทั้งหมดอย่างรอบคอบ รวมไปถึงการสื่อสารกับผู้นำชุมชนที่อาศัยใกล้เคียงกับระบบท่อก๊าซให้รับทราบเขตระบบทางท่อที่อยู่ในแต่ละจังหวัดและตระหนักถึงความอันตรายอันอาจเกิดขึ้นในกรณีที่ไม่ดำเนินการตามที่กฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยกำหนด

    และในส่วนของกระบวนการป้องกันนั้น กระทรวงพลังงานก็ได้มีแนวทางไว้ ดังนี้
    1. การจัดทำระบบการแจ้งเตือนภัยให้แก่ชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นระบบที่สามารถตรวจจับความผิดปกติของความดันภายในท่อได้
    2. การติดตั้งระบบเฝ้าระวังและติดตามเพื่อให้สามารถตรวจสอบภาพสถานการณ์ตามแนวท่อและเปรียบเทียบกับข้อมูลในกรณีที่เกิดความผิดปกติได้ตลอดเวลา
    3. ประสานงานร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีการกำหนดมาตรการเพิ่มเติมสำหรับกรณีการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ทั้งโครงการด้านคมนาคมและการขนส่งและ โครงการที่อยู่อาศัย ใกล้เคียงกับระบบการขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อที่มีอยู่เดิม
    4. ประสานงานร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อพิจารณาเพิ่มเติมข้อกาหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามกฎกระทรวงผังเมืองรวมพื้นที่ที่มีระบบการขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อพาดผ่านอยู่เดิม
    5. ประสานงานร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เพื่อให้กำหนดมาตรการเพิ่มเติมสำหรับกรณีการก่อสร้างโครงการด้านคมนาคมและการขนส่ง ซึ่งใกล้เคียงกับระบบการขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อที่มีอยู่เดิม

    เพื่อตอบกลับ: ราคาน้ำมัน #141
    MOEN-MOD1
    Participant

    สวัสดีครับ คุณ Thanutcha

    ในส่วนของที่ว่าทำไมราคาน้ำมันถึงขึ้นเร็วแต่ลงช้านั้น มีสาเหตุมาจากราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไทยจะมีการปรับขึ้นและลงตามราคาตลาดโลก แต่ไม่ทั้งหมด เนื่องจากภาครัฐใช้กองทุนน้ำมันฯ เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการราคาขายปลีกน้ำมัน ดังนั้น ในช่วงราคาน้ำมันขาขึ้น ภาครัฐจะนำเงินจากกองทุนน้ำมันฯ ไปชดเชยราคาขายปลีกน้ำมันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ในทางกลับกันหากอยู่ในช่วงราคาน้ำมันขาลงก็จะมีการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพื่อเตรียมไว้ใช้สาหรับชดเชยราคาขายปลีกน้ำมันในช่วงขาขึ้น อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานก็จะมีการติดตามราคาขายปลีกน้ำมันให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอครับ

    เพื่อตอบกลับ: ราคาน้ำมันไทย #140
    MOEN-MOD1
    Participant

    สวัสดีครับ คุณ Natdanai

    สาเหตุที่ราคาน้ำมันของประเทศไทยต้องอ้างอิงราคาจากราคาน้ำมันประเทศสิงคโปร์ เนื่องมาจาก
    – ตลาดกลางการซื้อขายน้ำมันของภูมิภาคเอเชียตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์
    – ราคาน้ำมันตลาดสิงคโปร์เคลื่อนไหวสอดคล้องกับกับอุปสงค์และอุปทานของน้ำมันในตลาดเอเชีย และตลาดโลก มีความโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับของผู้ผลิตและผู้ค้าน้ำมันในภูมิภาคเอเชีย สะท้อนภาวะตลาดในภูมิภาคค่อนข้างสมบูรณ์
    – ราคาสิงคโปร์” นั้นไม่ใช่ราคาน้ำมันสาเร็จรูปที่ประกาศโดยรัฐบาลหรือโรงกลั่นของประเทศสิงคโปร์ แต่เป็นราคาซื้อขายน้ำมันระหว่างผู้ค้าน้ำมันในภูมิภาคเอเชียที่ตกลงกันผ่านตลาดกลางที่ประเทศสิงคโปร์

    ด้วยเหตุนี้ การกำหนดราคาของโรงกลั่นในประเทศไทยใช้การเทียบเคียงการนำเข้าจากสิงคโปร์ เพราะตลาดสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการซื้อขายน้ำมันในภูมิภาคที่อยู่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุด และมีโรงกลั่นน้ำมันที่มีประสิทธิภาพจำนวนมาก การอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์จึงทาให้ต้นทุนเนื้อน้ำมันของไทยต่ำที่สุด เพราะมีค่าขนส่งมายังไทยถูกที่สุด และกระทรวงพลังงานก็ต้องมีการทบทวนหลักเกณฑ์การคำนวณราคา ณ โรงกลั่นน้ำมัน ให้มีความเหมาะสม เป็นธรรม สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ

    ส่วนที่ว่าทำไมราคาน้ำมันถึงได้สูงนักสำหรับค่าครองชีพในประเทศไทย และสำหรับละแวกประเทศเพื่อนบ้าน (ประเทศมาเลเซีย) นั้น

    เกิดมาจากปัจจัยของ
    1. ต้นทุนค่าขนส่งของประเทศไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์นั้นแตกต่างกันตามระยะทาง ทำให้ราคาน้ำมันของไทยสูงกว่ามาเลเซียที่ใกล้กับสิงคโปร์มากกว่า
    2. ต้นทุนคุณภาพน้ำมันของไทย (ยูโร 4) สูงกว่าบางประเทศในภูมิภาคอาเซียนซึ่งมีคุณภาพน้ำมันในระดับที่ต่ำกว่า
    3. เชื้อเพลิงชีวภาพ (เอทานอล และไบโอดีเซล) ที่เป็นส่วนผสมของน้ำมันแก๊สโซฮอล 95 E10, E20, E85, 91 E10 และน้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี7 บี10 และบี20 ตามนโยบายสนับสนุนพลังงานทดแทนในประเทศไทยมีราคาสูงกว่า ดังนั้น ต้นทุนเนื้อน้ำมันของไทยสูงกว่าน้ำมันของมาเลเซีย
    4. โครงสร้างราคาน้ำมันของประเทศไทยมีการเก็บภาษีและเงินกองทุน (กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และภาษีต่างๆ ได้แก่ ภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล และภาษีมูลค่าเพิ่ม) ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไทยสูงขึ้นจากต้นทุนเนื้อน้ำมัน
    5. บางประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมัน อาทิ มาเลเซีย ไม่มีการจัดเก็บภาษีและกองทุน เนื่องจากมีรายได้จากการผลิตและส่งออกน้ำมันดังกล่าวในการบริหารประเทศ โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณจากการจัดเก็บภาษีน้ำมัน ในขณะที่ประเทศไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิซึ่งจำเป็นต้องจัดเก็บภาษีน้ำมันเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณในการบริหารประเทศ

    เพื่อตอบกลับ: การส่งเสริมไฟฟ้าขยะ #136
    MOEN-MOD1
    Participant

    สวัสดีครับ คุณ Arnon

    แต่เดิมแล้วการนำขยะมาก้าจัดโดยวิธีเผาเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยลดปริมาณขยะที่สะสมอยู่ ซึ่งความร้อนจากไอน้าที่ได้จากการเผาขยะจะสามารถนำไปขับเครื่องกังหันเพื่อผลิตเป็นไฟฟ้าใช้งานต่อไป กระทรวงพลังงานจึงมีการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากขยะ ซึ่งจะเป็นการนำขยะชุมชนเข้ามาเผาในเตาเผาโดยตรง หรือมีการคัดแยกขยะชุมชนส่วนที่ไม่สามารถเผาไหม้ได้ออกไป และนำมาผลิตเป็นเป็นเชื้อเพลิงขยะ (RDF : Refuse Derived Fuel) ก่อนแล้วจึงน้าเข้าเตาเผาขยะ

    ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะสอดคล้องกับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP 2015) ที่ได้มีการก้าหนดเป้าหมายการรับซือไฟฟ้าจากขยะชุมชน 500 เมกะวัตต์ ขยะอุตสาหกรรม 50 เมกะวัตต์ และแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP 2018) ที่กำหนดแนวทางให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาก้าลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 (PDP 2018) โดยกำหนดเป้าหมายเพิ่มเติมในส่วนของโรงไฟฟ้าขยะชุมชนอีก 400 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมอีก 44 เมกะวัตต์

    ทำให้ปัจจุบันเกิดโรงไฟฟ้าขยะที่มีสัญญาผูกพันกับภาครัฐแล้ว โดยจำแนกได้เป็น
    1. โรงไฟฟ้าขยะชุมชน ประเภท VSPP (Very Small Power Producer)
    – โครงการที่มีการซื้อขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) จำนวน 33 โครงการ กำลังการผลิต 314.671 เมกะวัตต์
    – โครงการที่มีการเซ็นสัญญารับซื้อไฟฟ้าแล้ว (PPA) แต่ยังไม่ได้ COD จำนวน 5 โครงการ กำลังการผลิต 55.79 เมกะวัตต์
    – โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก (โครงการ Quick Win) จำนวน 11 โครงการ กำลังการผลิต 83.04 เมกะวัตต์
    2. โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม
    – โครงการที่มีการเซ็นสัญญารับซื้อไฟฟ้าแล้ว (PPA) จำนวน 7 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้ง 41.83 เมกะวัตต์ เสนอขาย 30.78 เมกะวัตต์ และซื้อขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) จำนวน 5 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้ง 32.1 เมกะวัตต์ เสนอขาย 26.4 เมกะวัตต์

    และโครงการกำจัดขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว รวมทั้งสิ้น 22 โครงการ มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 220.8 เมกะวัตต์ และปริมาณเสนอขายรวม 198.07 เมกะวัตต์

กำลังดู 9 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 9 (ของทั้งหมด 9)